อาทิตย์. ก.ค. 25th, 2021
เป็นนักมวยก็รวยได้

เป็นนักมวยก็รวยได้ อาชีพ “นักมวย” ที่คนจำนวนไม่น้อยอาจมองผ่าน บางบุคคลถึงกับเหยียดว่าเป็นอาชีพระดับล่าง

เป็นนักมวยก็รวยได้ แม้กระนั้นจริงๆพวกเขาก็คือ “นักกีฬา” ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีพรสวรรค์ มีความเข้าใจ แล้วก็ทักษะสำหรับในการชกมวยไม่ใช่ทุกคนจะประสบความสำเร็จได้บนทางสายนี้ แต่ว่าหนึ่งในปริมาณนักมวยที่บรรลุเป้าหมาย อยู่ในระดับ แถวหน้าของ ประเทศไทย ควรมีชื่อของ “พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม”

เป็นนักมวยก็รวยได้

ยอดมวยจากบุรีรัมย์ วัย 25 ปี ซึ่งฝึกหัดชกมวยตั้งแต่อายุ 7 ขวบ เพื่อแลกเปลี่ยนกับค่าตัวครั้งแรก 150 บาท ถ้าหากเทียบกับค่าจ้างเริ่มต้นยุค 18 ปีกลาย ในบ้านนอก 133 บาท กรุงเทพมหานคร 169 บาท ก็จัดว่าเท่าๆกับค่าจ้างเริ่มต้นหนึ่งวัน ที่มันแตกต่างเป็น นักมวยขึ้น สังเวียนแต่ละวันมิได้ เพราะว่าข้างหลังต่อยควรมีวันพัก

เด็ก 7 ขวบอย่าง ได้เงิน 150 บาทดีแล้วดวงใจห่วยแล้ว อย่าไปดูถูกว่าเงินน้อย เพราะเหตุว่าสำหรับ ลูกอีสานฐานะยากไร้ มันเป็นเงินที่เขาเอามาช่วยเหลืออุดหนุนครอบครัวได้ มวยไทย

เมื่อเติบโตเป็นนักมวยไทยแถวหน้าอย่างสุดกำลัง ปัดกวาดรางวัลแชมป์มากมายหลายเส้น กระทั่งค่าจ้างไต่จาก 150 ไปเป็นหลักพัน หลักหมื่น จนตราบเท่าถึงหลักแสนในขณะนี้ ยิ่งหากต่อยในรายการเมืองนอกอย่าง วัน แชมเปียนชิพ ก็ขยับขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว

18 ปีที่ล่วงเลยไปก็เลยทำให้ มีเงินเก็บมาก มีบ้าน ที่ดิน รถยนต์ ทองคำ และเงินเก็บรวมเบ็ดเสร็จแล้ว 7 หลัก ฟังมองน่าตกใจ “เป็นนักมวยก็ร่ำรวยได้” ทราบอย่างงี้ส่งลูกไปเรียนมวยแต่ว่าเล็กๆเห็นทีจะดี

แม้กระนั้นที่น่าตกใจมากกว่า ถ้าหากกางสถิติธนาคารแห่งประเทศไทย คนประเทศไทยที่มีเงินฝากออมทรัพย์ 7 หลักขึ้นไปในประเทศนี้มีเพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์กว่าๆแค่นั้น และก็หนึ่งในนั้นผู้ครอบครองบัญชีก็คือนักมวยไทยชื่อ “ประเทศไทย” คนนี้เอง

เวลานี้ ในวัย 25 ปี มีเมียหนึ่ง ลูกหนึ่ง บ้านอยู่หนองกี่ บุรีรัมย์ ฝึกซ้อมอยู่ค่าย แม้ว่าจะขึ้นสังเวียนมวยไฟต์ละเป็นแสนๆปีหนึ่ง ต่อยไม่ต่ำยิ่งกว่า 6 ไฟต์ รายได้มากยิ่งกว่าคน มีการเรียนรู้กว่าครึ่งค่อนประเทศ แม้กระนั้นก็ยังปฏิบัติตนติดดิน ที่สำคัญเขาเป็นคนกตัญญูเลี้ยงดูพ่อแม่ ถึงมีแต่ว่าความเจริญ

เป็นนักมวยก็รวยได้

นอกจากการชกมวย ภรรยาของ “น้องนัท” ณัฐมล เจริญดี ยังช่วยผัวดำเนินการ เธอเลี้ยงลูกอยู่บ้าน และก็เป็นแม่ค้าขายผักอยู่ที่ตลาดรุ่งโรจน์ดี อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งอาชีพนี้เป็นมรดกตกทอดมาจากพ่อแม่ ทำมาหลายสิบปี ถ้าหากมีเวลาว่างเว้นจากการชกมวย  ก็จะมาช่วยเมียขายผักจนถึงเป็นที่รู้กันอีกทั้งตลาด

เป็นนักมวยก็รวยได้ การขายผักเป็นอาชีพสุจริต ตื่นยามเช้าไปรับผักจากแหล่งค้าส่ง มาวางจำหน่ายหน้าร้านค้า ผลกำไรตกวันละพันกว่าบาท ยิ่งตอนเทศกาลยิ่งขายดิบขายดี นับรายได้ถึงหมื่นบาทก็มี เป็นอีกอาชีพร่ำรวยเฉยๆซึ่งสามารถเป็นนายตนเองได้ ชีวิตผมก็แบบนี้

“กระทำตัวจนกระทั่ง จะไม่จนกระทั่ง” ทุนสังคมมีน้อย ไม่มีความจำเป็นต้องแต่งตัวฟู่ฟ่า หรือขับขี่รถหรูหราไปอวดคนใดกันแน่ รับประทานข้าวกับน้ำพริกจิ้มผักที่ขายเองในร้านค้า ชีวิตก็แฮปปี้ได้

แต่ว่ามันก็จำต้องแลกเปลี่ยนมาด้วยความเจ็บทางร่างกาย รวมทั้งความทรมาทรกรรมจิตใจที่จำเป็นต้องอยู่ไกลห่างครอบครัวในตอนที่จำต้องเข้าค่ายเก็บตัวฝึกซ้อมที่จ.กรุงเทพฯ ซึ่งถ้าผ่านผ่านปัญหาสองอย่างข้างหลังนี้ได้ อันอื่นก็ไปลุยเอาบนสังเวียน

“ขุนศอกผีดิบ” พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม กรำศึกสังเวียนมวยไทยมาอย่างมากเพื่อพาครอบครัวหนีออกมาจากความแร้นแค้น โดยเขายกความดีความชอบนี้ให้กับค่าย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ที่ช่วยทำให้เขาสานฝันได้เสร็จ

นักต่อยชายหนุ่มชาวบุรีรัมย์ก้าวเข้าสู่แวดวงมวยไทยตั้งแต่วัย 7 ขวบภายใต้การอุปถัมภ์ของบิดา แล้วก็ประสบความสำเร็จข้างหลังย้ายไปสู่จ.กรุงเทพฯ แม้กระนั้นครอบครัวของเขายังคงจำต้องอาศัยอาชีพทำไร่ทำนาปลูกข้าวเพื่อการมีชีวิตอยู่

แต่ นักชกจอมน็อกเอาต์รุ่นแบนตัมเวตรายนี้ที่มีคิวประจันหน้ากับ “The Truck” บริซ เดลวัล ในศึก ONE: A NEW TOMORROW กล่าวว่าทุกๆสิ่งทุกๆอย่างได้เปลี่ยนไปเมื่อเขามาฝึกซ้อมอยู่ที่ค่ายซึ่งมีวีรบุรุษในดวงใจอย่าง “แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” อยู่ด้วย

แสนชัย มีชื่อเสียงในฐานะนักกีฬามวยไทยที่แกล้วกล้าที่สุดในโลกตรงเวลากว่า 10 ปี เขามีความรู้ความเข้าใจ ในด้านกีฬา โดยเริ่มชกมวยแถวภาคอีสานตั้งแต่ยังเด็กเพื่อหารายได้ช่วยเหลือแล้วก็แบ่งเบาภาระของครอบครัว ซึ่งตัวของ ประเทศไทย ก็ใฝ่ฝันและก็หวังว่าวันหนึ่งจะทำเป็นอย่างที่ แสนชัย ทำไว้

เดินสายต่อยตามงานวัดรวมทั้งเวทีแคว้น เหมือนกันกับที่วีรบุรุษของเขาเคยทำมาก่อนเมื่อหลายปีที่ผ่านมา และก็ชี้ให้เห็นว่าเขามีพรสวรรค์ด้านมวยไทยมากพอที่จะประลองกำลังในสังเวียนมาตรฐานที่จ.กรุงเทพฯ ก็เลยตกลงใจเดินทางเข้ามายังเมืองหลวงของเมืองไทยในวัย 15 ปี

“ผมได้แรงบันดาลใจจากการดูพี่แสนชัย ต่อยบนเวที ผมถูกใจขั้นตอนการต่อยของเขามากมายนะครับ แม้ว่าสไตล์การต่อยของผมจะไม่เหมือนกับของเขา แม้กระนั้นผม ก็ยังถูกใจ ดูและเชิดชู ในวิธีของเขา ซึ่งมันน่าทึ่งมากมาย โดยเฉพาะท่าม้าดีดกระโหลก”

อย่างไรก็ดี ถึงแม้เขาจะสามารถคว้าแชมป์สนามมวยเวทีลุมพินีได้ตั้งแต่ก่อนอายุ 18 ปี ครอบครัวของ ดาวดังคนไทย รายนี้ก็ยังคงประสบพบปัญหา ภาระหน้าที่ หนี้อยู่มากมาย

ร่วมซ้อมที่ค่ายของ แสนชัย ในเขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ หากแม้ แสนชัย จะมิได้อยู่ประจำที่ค่าย แต่ว่าก็ได้แวะเวียนมาให้ความรู้ความเข้าใจกับนักต่อยรุ่นน้องๆอยู่เป็นประจำ ซึ่งได้ศึกษา หลายชนิด จากรุ่นพี่ชาวมหาสารคามผู้นี้

“พี่เขามาสอนแนวทางและก็การออกอาวุธต่างๆให้ รอเตือนให้เรามีสมาธิ รอให้กำลังใจ บอกให้พวกเราหมั่นฝึกอยู่เสมอ แล้วก็ปรับแก้จุดบกพร่องของตน”

ด้วยสไตล์การต่อยที่เอนเตอร์เทนผู้ชม บวกกับการได้เข้ามาอยู่ในค่ายของไอดอลยอดนักสู้ก็เลยเป็นประตูบานใหม่ให้กับ ประเทศไทย ได้ได้โอกาสปรับปรุงฝึมือ จนกระทั่งเป็นนักต่อยค่าตัวเรือนแสนของเมืองไทย รวมทั้งสามารถปลดภาระหน้าที่หนี้ให้กับครอบครัวได้

คว้าสายรัดเอวแชมป์สนามแข่งมวยเวทีลุมพินีเส้นลำดับที่สองในปี 2559 รวมทั้งสั่งสมชื่อเสียงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งแปลงเป็นขวัญใจแฟนหมัดมวย ส่งให้เขาได้ได้โอกาสร่วมงานกับ วัน แชมเปียนชิพ ซึ่งเป็นองค์กรศิลป์การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และก็เปิดตัวในฐานะนักกีฬาชุด วัน ซูเปอร์ ซีรีส์

ด้วยสถิติการต่อยชนะ 199 แพ้ 41 เสมอ 4 ซึ่งรวมทั้งความมีชัยทั้งคู่ครั้งบนเวที วัน ซูเปอร์ ซีรีส์ ทำให้ ประเทศไทย อยู่บนบันไดความฝันที่จะไต่ขึ้นไปสู่การเป็นนักต่อยอาชีพสุดยอด รวมทั้งมีเป้าหมายที่การบรรลุผลมากยิ่งกว่าที่เขาเคยคาดคิด

ความมีชัยครั้งที่ 3 ใน “บ้านที่ศิลป์การต่อสู้” วัน แชมเปียนชิพ ในวันศุกร์ที่ 10 ม.ค.นี้ จะมีผลให้เขาใกล้เข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต มากยิ่งขึ้น ซึ่งโน่นจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะสร้างความยั่งยืนและมั่นคงบนทางอาชีพ กิตติศัพท์ และก็ทรัพย์สิน ที่จะตามมาในอนาคต

“ครอบครัวของผมมีฐานะยากจน มันก็เลยเป็นแรงกระตุ้นให้ผมอยากได้ประสบผลสำเร็จเยอะขึ้นเรื่อยๆกว่านี้ เพื่อทำให้ครอบครัวมีชีวิตแล้วก็การดำรงชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ผมไม่อยากที่จะให้เราจำต้องลำบากในอนาคต”

By admins