จันทร์. ธ.ค. 6th, 2021
บอสใหญ่วิเคราะห์

บอสใหญ่วิเคราะห์ นายชาตรี ศิษย์ยอดธง ประธานแล้วก็ซีอีโอที่ วัน แชมเปียนชิพ

บอสใหญ่วิเคราะห์ ภายหลังจากได้ได้ผลงานของ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” จากศึกเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นอะตอมเวตหญิง ก็ออกปากว่านักสู้สาวคนไทยจะเป็นคู่แข่งที่ชั่วร้ายหินคนหนึ่งที่ราชินีรุ่นอะตอมเวตคนตอนนี้อย่าง “แองเจลา ลี” บางทีอาจจะต้องพบในอนาคต

นายชาตรี ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อหัวนอกโดยพินิจพิจารณาการต่อสู้ของ ตราไปรษณียากร ในฐานะนักสู้สาวคนประเทศไทยเดียวที่ได้ลงแข่งขันในศึกหญิงเข้มแข็งครั้งประวัติศาสตร์นี้ https://www.cornermxpark.com

บอสใหญ่วิเคราะห์

และก็ยังเปรียบความชำนาญการต่อสู้ระหว่าง แสตมป์ และก็ แองเจลา แม้ทั้งสองได้โอกาสได้เจอะกันในฐานะคู่ต่อสู้แชมป์โลก ONE รุ่นอะตอมเวต อีกด้วย

“ผมมีความรู้สึกว่า แองเจลา จะพบไฟต์ที่หินสุดๆแม้จำเป็นต้องพบคู่ปรับแบบ ตราไปรษณียากร ต่างข้างต่างได้โอกาสชนะ พวกเราก็รู้ๆกันดีอยู่แล้วอยู่แล้วว่า แองเจลา มีความถนัดชาวยิวยิตสูระดับนานาชาติ

วิธีดูดซึมมิสชันของคุณช่างอัศจรรย์ แม้กระนั้นพวกเราก็ทราบเช่นเดียวกันว่าคุณยังจำเป็นต้องปรับปรุงความสามารถยืนสู้อีกมากมาย จริงอยู่ที่คุณปรับปรุงความชำนาญยืนสู้ของคุณแบบก้าวกระโจน

แต่ว่าในข้อคิดเห็นของผม ผมว่าคุณยังไม่เข้าขั้นระดับนานาชาติ สไตล์การต่อสู้ของ ไปรษณียากร จะก่อให้ แองเจลา จะต้องอิดโรยแน่ๆ

“แสตมป์ บู๊สะบั้นหั่นแหลก ทรงตัวได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งคุ้มครองการเทกดาวน์และก็ดูดซึมมิสชันได้เยี่ยมที่สุดด้วย คุณหนักแน่นมากมายในรุ่นน้ำหนักนี้ รวมทั้งเห็นได้ชัดว่า ไปรษณียากร มีความชำนาญมวยไทยเข้าขั้นระดับนานาชาติ”

นักสู้สาวแกร่งจากจังหวัดระยองวัย 23 ปี ได้พิสูจน์ให้มีความเห็นว่าคุณเป็นนักกีฬาการต่อสู้แบบผสม (MMA) ที่มีความชำนาญรอบด้านไม่ด้อยกว่าคนใดกันแน่

หากแม้ ตราไปรษณียากร จะเด่นในเกมยืน เนื่องจากว่ามีพื้นฐานจากมวยไทย แม้กระนั้นเกมพื้นแผ่นดินของคุณก็ปรับปรุงขึ้นอย่างชัดเจนในสองไฟต์ปัจจุบันก่อนหน้านี้ มวย วันนี้

บอสใหญ่วิเคราะห์

แสตมป์ สามารถล้างบัญชีโกรธแค้นเอาชนะ “อาลีโอทุ่งนา ราสโซฮินา” จอมเก๋าจากยูเครนอย่างไม่เป็นเอกฉันท์สำหรับเพื่อการแข่งรอบแรกเมื่อก.ย. ปัจจุบัน

คุณใช้ความสามารถการต่อสู้ทั้งยังเกมยืนที่ถนัดแล้วก็เกมนอนที่เหนือชั้นปราบ “จูลี เมซาบาร์บา” สาวแข็งเลือดแซมบ้า ในรอบรองชนะเลิศในศึก เมื่อ 29 ต.ค. ลอยลำเข้าไปชิงแชมป์กับ “ริตู โฟกาต” นักมวยปล้ำสาวคนแขก

ถ้าหาก แสตมป์ สามารถคว้าเข็มขัดแชมป์เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ มาครอบครองได้เสร็จก็จะขึ้นแท่นเป็นผู้ท้าแข่งตำแหน่งแชมป์โลกรายถัดไปของ “แองเจลา ลี” ในทันที รวมทั้งถ้าหากเวลานั้นมาถึงก็จำต้องมองกันต่อว่าต่อขาน แสตมป์ จะสามารถโชว์ความสามารถได้ตรงตามการวิเคราะห์ของบิ๊กบอสที่ ONE หรือเปล่า

“ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ประธานและก็ซีอีโอ ONE เชื้อสายไทย-ประเทศญี่ปุ่น ผู้เคยฝึกซ้อมมวยไทยมาตั้งแต่เด็ก ด้วยความรักศิลป์การต่อสู้เป็นความรู้สึกนึกคิด

ปัจจุบัน ชาตรี ได้ผ่านการตรวจสอบเลื่อนฐานะกีฬาบราซิลเลียนยิวยิตสู (BJJ) กระทั่งคว้าสายรัดเอวสายน้ำตาลมาครอบครอง ขยับใกล้สายดำที่ตั้งหัวใจไว้อีกหนึ่งระดับ

เป็นที่รู้กันดีว่า บิ๊กบอส วัน แชมเปียนชิพ คลั่งไคล้ในศิลป์การต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญสำหรับเพื่อการจัดตั้งขึ้น “บ้านที่ศิลป์การต่อสู้” ในชื่อ วัน แชมเปียนชิพ ซึ่งเปลี่ยนมาเป็นหน่วยงานกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชียอย่างปัจจุบันนี้

ปัจจุบัน ชาตรี ได้โพสต์ภาพรวมทั้งเนื้อความในหน้าเฟสบุ๊กส่วนตัว ประกาศความภาคภูมิใจที่ผ่านการฝึกหัด BJJ อีกขั้นจากสายรัดเอวสายสีม่วง มาเป็นสายสีน้ำตาล ซึ่งนับว่าเป็นชั้นสูงสุดถัดลงมาจากสายสีดำ

ชาตรี กล่าวมาว่า เขาเริ่มฝึกหัดกีฬา BJJ มาตั้งแต่ปี 2548 กับสถาบัน เมื่อครั้งยังเรียนอยู่ที่นิวยอร์ก อเมริกา แล้วก็คว้าเข็มขัดสายสีน้ำเงินซึ่งเป็นขั้นลำดับที่สองของระดับคนแก่เมื่อพ.ย. 2550 ก่อนที่จะย้ายมาประเทศสิงคโปร์

แล้วเขาแปลงมาฝึกฝนแบบไม่สวมชุดกิ (No-gi) รวมทั้งคงจะฝึกสม่ำเสมอมาตลอด 10 ปี แล้วต่อจากนั้นในปี 2561 ก็เลยกลับมาฝึกหัดแบบสวมชุดกิอีกรอบ โดยมีเป้าหมายลึกๆในใจว่าจำเป็นต้องคว้าสายรัดเอวสายดำซึ่งนับว่าเป็นระดับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญของกีฬาจำพวกนี้มาให้ได้

หากแม้ตารางงานในฐานะประธานรวมทั้งซีอีโอของ ONE จะรัดตัว แต่ว่า ชาตรี ยังตั้งอกตั้งใจที่จะสานฝันของตนด้วยการฝึกหัด 5-6 ครั้งต่ออาทิตย์

จนได้เลื่อนตำแหน่งถึงระดับสายรัดเอวสายสีม่วงในก.ย. 2562 และก็ยังพากเพียรฝึกหัดบ่อยมาจนกระทั่งสามารถเลื่อนระดับอีกรอบถึงสายสีน้ำตาล โดยตั้งแต่แมื่อวันแรกที่เขาเริ่มฝึกหัด BJJ จนกระทั่งตอนนี้ตรงเวลารวม 16 ปี

ตอนนี้ แม้ว่าจะบรรลุเป้าหมายในฐานะเจ้าของกิจการระดับหมื่นล้าน ชาตรี ก็ยังไม่เคยหยุดปรับปรุงความสามารถการต่อสู้ ทั้งยังมวยไทยที่เป็นราก

และก็กีฬา BJJ ที่เขารัก โดยก่อนหน้านี้เขาผ่านการฝึกอบรมกับยอดความสามารถระดับปรมาจารย์แล้วก็มือโปรระดับนานาชาติมากมายก่ายกอง รวมทั้งผู้ฝึกประจำยิมอีโอ้อวดลฟ์ในประเทศสิงคโปร์ที่เขาเป็นเจ้าของอีกด้วย

“ศิลปะการต่อสู้เป็นสิ่งที่ผมรัก ศิลปะการต่อสู้เป็นตัวตนของผม ถึงแม้พวกเราควรต้องปวดจากการต่อสู้ แม้กระนั้นพวกเราจะได้ศึกษาและทำการค้นพบความใหญ่โตในตนเอง” ชาตรีกล่าว

By admins